►►► สาเหตุของการโดนอเมซอนแบน ◄◄◄

ช่วงนี้มีกระแสคนโดนแบนด้วย Amazon เยอะครับ เยอะมากด้วย คนทั้งใกล้ตัว คนรู้จักของผมก็โดนกับไปถ้วนหน้า (แต่ผมยังไม่โดนนะ แต่หวังว่าจะไม่โดนด้วย) มาดูสาเหตุที่คาดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ อเมซอน แบนเรากันเถอะครับ อันนี้ผมเอามาจากบทความใน ThaiSEOboard เขียนโดนคุณ ADS2009 นะครับ ยอมรับว่า คิดตรงกันหลายข้อมาก ก็เลยเอามาแชร์ให้ได้อ่านกัน ลองอ่านดูข้างล่างนี่เลยครับ

———————————–

มีสมาชิกสอบถามเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องปุ่มของอเมซอน ซึ่งจริงๆ แล้วการที่อเมซอนจะแบนใครซักคน ไม่ใช่เรื่องที่ทำตามอำเภอใจ ฝรั่งจะกังวล และ รัดกุมมากในเรื่องของกฎหมาย เรื่องกฎหมายต้องยอมรับว่าเค้าแม่นยำ และ รักษากฎหมายได้ดีกว่าบ้านเรามาก ทุกอย่างที่ทำมีเหตุ และ มีที่ไปที่มาแน่นอนครับ อีกทั้งบริษัทใหญ่ๆ คงไม่เสี่ยงที่จะทำให้ตัวเองถูกฟ้องร้องกลับง่ายๆ ดังนั้นเค้าต้องแน่ใจ และมีหลักฐานเพียงพอหากมีปัญหาการฟ้องร้องในภายหลัง
ถ้าดูจากข่าวคราวการถูกอเมซอนแบนนั้น พอจะสรุปเป็นหัวข้อคร่าวๆได้ดังนี้ครับ

1. พยายามสร้างหน้าตาอย่างใดอย่างหนึ่งให้ผู้ชมเข้าใจผิดคิดว่านี่คือเว็บ หนึ่่งของอเมซอน โดยการใส่ Logo ของอเมซอนไว้เป็นเชิงสัญญลักษณ์ ในเว็บ หรือ บทความ

2. การไม่ระบุ ที่ไปที่มาของเว็บ และ แจ้งให้ผู้ชมทราบว่า เว็บนี่เป็นแค่ affiliate เท่านั้นไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นทางการของอเมซอน

3. โฆษณาเกินจริง เช่น ลดกี่เปอร์เซนต์ เท่านั้นเท่านี้ แต่พอลูกค้าเข้าไปกลับไม่ได้ลดตามที่โฆษณา ทั้งข้อเขียน และ ภาพประกอบต่างๆ รวมถึงเว็บที่มีการลงราคากำกับไว้ และต่อมากลายเป็นถูกกว่าปัจจุบัน

4. ใช้การส่งลิ้งค์จากที่อื่นๆ นอกเหนื่อจากโดเมนของท่านเอง เช่นการการใช้ Facebook ,Twitter และ Social อื่นๆ แล้วยิงลิ้งค์ออกไปยังอเมซอนโดยตรง โดยเฉพาะลิ้งค์ ที่เป็น Shoeten links การใช้ Facebook ,Twitter และ Social อื่นๆ เป็น Landing Page แล้วยิงตรงออกไปนั้น โดยส่วนตัวคิดว่าคล้ายกับกรณีของ PPC แต่จะต่างอยู่ตรงที่ว่าการใช้ Social ต่างๆ แล้วยิงตรงนั้น มันอาจมีผลเรื่องการทับซ้อนของกฎหมาย ของอเมซอน และ Social นั้นๆ ซึ่งหากมีการเรียกร้อง หรือ ฟ้องร้อง ขึ้นมามันจะมีคู่พิพาท มากกว่าสองครับ หากยิงออกจากเว็บหรือโดเมนของท่าน ก็จะมีคู่พิพาทแค่สอง เทคนิคทางกฎหมายมีความซับซ้อนมาก ดังนั้นเพื่อป้องกันไว้ก่อน อเมซอน จึงจับตาข้อนี้เป็นพิเศษครับ

5. การใช้ชื่อยี่ห้อการค้า (Trademark) มาใช้ในทางที่ผิด ทั้งของอเมซอนเอง และ ของเจ้าของสินค้ารายอื่นๆ ซึ่งเมื่อมีการร้องเรียนไปยังอเมซอนก็อาจโดนได้ครับ ข้อนี้คนที่ทำ PPC และทำ CJ จะทราบดีครับว่า คำสงวนต่างๆ เป็นอย่างไร พวกนี้เอามาใช้ไม่ได้เลยครับ ถ้าเค้าไม่เจอก็รอดไป ถ้าเจอก็แบน

6. เอาลิ้งค์สินค้าของอเมซอนไปติดในเว็บที่ละเมิดกฎหมาย และ ศีลธรรม ทั้งหลาย

หลักๆ 6 ข้อนี้น่าจะเป็นเหตุผลของการโดนอเมซอนแบนครับ เพื่อป้องกันไม่ให้ชื่อเสียง และ ภาพลักษณ์ของอเมซอนเสียหายได้ จึงต้องแบนไว้ก่อนครับ
หากมองในแง่ที่หากเราเองมีแบรนด์ที่สร้างขึ้นมาจน ติดตลาดมาหลายปี และต่อมามีเว็บอื่นๆ ที่พยายามสื่อให้ลูกค้าสับสนว่านี่คือส่วนหนึ่งของยี่ห้อของเรา
เราย่อม ต้องไมพอใจ และ ต้องรักษาภาพลักษณ์ของยี่ห้อเราเอาไว้ ถ้าเป็น Affiliate ของเราเองเราก็แบนไว้ก่อน ถ้าเป็นเว็บนอกข่ายงาน เราก็ฟ้อง

ส่วนเรื่องปุ่มก็น่าจะเข้าข่ายตามข้อที่ 3 หากมีการออกแบบปุ่มที่แฝงโฆษณาเกินจริง

สรุป คือทำเว็บ และ บทความออกมา ให้เป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด ไม่ต้องพยายามเนียนให้สื่อไปว่าเป็นเว็บลูกของอเมซอน ให้เน้น แค่ สินค้า + เนื้อหา + คีย์เวิร์ด แค่นี้ก็พอครับ

สำหรับกฎที่อเมซอน เขียนไว้นั้นมันเป็นข้อบังคับที่ออกไว้ เพื่อนำมาใช้เมื่อยามจำเป็น เขียนไว้เพื่อเป็นเกาะป้องกันตัวเอง และ ถือความได้เปรียบ เมื่อนำมาใช้
หาก เราปฎิบัติตามกฎ 100% เราจะไม่สามารถหารายได้จาก Affiliate จากอเมซอน หรือ จากเจ้าอื่นๆได้เลย ผู้ที่ออกกฎเองก็รู้ครับว่าเว็บทังหมดแหกกฎในหลายข้อ แต่นั้นมันไม่ส่ง
ผลต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของเค้าเค้าก็ไม่สนใจครับ เช่นเรื่องสปินเนื้อหาเป็นต้น กฎพวกนี้เค้ารู้ แต่ก็เห็นทำกันทั่วโลก เป็นต้น

หมาย เหตุ : ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผม และ จากการตามอ่านบทความจากในและเทศเท่านั้นนะครับ ไม่ได้ฟันธงว่าทุกอย่างถูกต้องนะครับ

ที่มา https://www.thaiseoboard.com/index.php/topic,260381.msg3587428/topicseen.html#new

บทความน่าสนใจ : Converzly - ตัวสร้าง Landing Page ครบวงจร