เราเรียนรู้อะไรจาก Steve Jobs ได้บ้าง?

เมื่อวานผมเพิ่งได้รับทราบข่าวการจากไปของ Steve Jobs บุคคลซึ่งเป็นฮีโร่ของผมท่านนึง จากการศึกษาถึงประวัติบางส่วนบางตอน ทำให้เราได้รับแรงบันดาลใจ ว่าคนๆนึงที่ไม่มีอะไรเลย สามารถเขย่าโลกใบนี้ด้วยตัวเขาเองได้อย่างไร?

สตีฟ จ็อปส์เป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษั่ทยักษ์ใหญ่ Apple Computer ซึ่งต่อมาย่อลงมาเหลือแค่ Apple เนื่องมาจากว่ามันยาวเกินไป เรื่องประวัติของเค้านั้นผมขอข้ามไปบ้างก็แล้วกัน เนื่องจากคงหาอ่านได้ทั่วไป มีคนเขียนถึงเค้าเยอะ แต่ผมจะมาพูดถึงเรื่องของสิ่งที่เป็นจุดขาย ที่ สตีฟ ได้ทำทุกครั้งที่มีการออกนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งเราก็ได้ใช้กันอยู่จนถึงทุกวันนี้เช่น iPhones, iPads, iTunes, Macs, iPods และอื่นๆอีกมากมาย

อุปกรณ์เหล่านี้ทำให้หลายๆคนได้รับรู้ถึงการจากไปของ สตีฟ เพราะ่ข่าวถูกส่งต่อไปทั่วอินเตอร์เนต และอุปกรณ์ด้านบนก็สามารถรับข่าวได้เช่นเดียวกัน นี่เป็นสิ่งที่ สตีฟ ได้ทิ้งเอาไว้ให้จากนวัตกรรมของเค้า การเชื่อมต่อกันของบุคคลกับเทคโนโลยี

อีกเรื่องนึงก็คือเรื่องของ Keynote – ทุกครั้งที่ สตีฟออกมาพรีเซ้นท์ ทุกสายตาก็ถูกสะกด เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องของความสามารถส่วนบุคคล ใช่ แต่ประเด็นสำคัญที่ผมมองมันอยู่ที่ Keynote คือหัวเรื่องที่สำคัญที่จะหยิบยกมาพูด หากเราสามารถปรับมุมมองของเรา ให้รู้จักแยกแยะความสำคัญของสิ่งต่างๆได้แล้ว ชีวิตเราจะสมบูรณ์มากขึ้นแน่ๆ การอันใดควรหยิบยกมาพูดก่อนหรือทำก่อน ก็เอาสิ่งนั้นขึ้นมาทำ ไม่ใช่ว่าไปสนใจสิ่งที่ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องทำ นั่นทำกับว่า คุณเสียโอกาสที่จะทำงานสำคัญให้เสร็จ

เรื่องสุดท้าย ลองเรียนรู้ประวัติชีวิตส่วนนึงของ สตีฟ จ็อปส์ดูครับ เค้ามีคำพูดที่อาจเปลี่ยนชีวิตของคุณได้เลย ด้านล่างเป็นคำพูดส่วนนึงของเค้า…

“No one wants to die. Even people who want
to go to heaven don’t want to die to get there.
And yet death is the destination we all share.
No one has ever escaped it. And that is as it
should be, because Death is very likely the
single best invention of Life.

It is Life’s change agent. It clears out the
old to make way for the new. Right now the
new is you, but someday not too long from now,
you will gradually become the old and be cleared
away. Sorry to be so dramatic, but it is quite true.

Your time is limited, so don’t waste it living
someone else’s life. Don’t be trapped by dogma —
which is living with the results of other people’s
thinking.

Don’t let the noise of others’ opinions drown out
your own inner voice. And most important, have the
courage to follow your heart and intuition. They
somehow already know what you truly want to become.
Everything else is secondary.”

… “If today were the last day of my life,
would I want to do what I am about to do today?”

– Steve Jobs, 1955-2011

แปลนะครับ

ไม่มีใครอยากตาย แม้แต่ผู้คนที่อยากจะไปสวรรค์ก็ยังไม่อยากตายเพื่อที่จะไป ความตาย เป็นปลายทางร่วมกันของพวกเราทุกคน ไม่มีใครสามารถหลีกหนีได้ และนั่นก็เป็นสิ่งที่ควรจะเป็น เพราะว่าความตายนั้นเป็นเหมือนสิ่งประดิษฐ์ชั้นเยี่ยมของชีวิต เป็นผู้เปลี่ยนแปลงยุคสมัย ความตายได้ชำระล้างสิ่งเก่า เพื่อตอบรับผู้มาใหม่

และตอนนี้ ผู้มาใหม่ก็คือพวกคุณ แต่วันหนึ่งในอีกไม่ช้า พวกคุณก็จะกลายเป็นสิ่งเก่า และถูกชำระล้างไปเช่นเดียวกัน ขออภัยที่น้ำเน่าไปหน่อย แต่มันก็เป็นเรื่องจริง

เวลาของพวกคุณมีจำกัด ดังนั้นจงอย่ามัวเสียเวลากับการใช้ชีวิตแทนผู้อื่น อย่ามัวตกอยู่ในกฏเกณฑ์ความเชื่อที่ผู้คนงมงาย อย่าให้เสียงของคนอื่นๆดังกลบเสียงที่อยู่ในภายในของคุณ และที่สำคัญที่สุด จงกล้าที่จะเดินตามหัวใจปรารถนา เพราะลึกๆในหัวใจคุณรู้อยู่แล้วว่า อะไรคือสิ่งที่คุณต้องการจะเป็น สิ่งอื่นๆนั้น ล้วนแต่เป็นเรื่องรอง

“ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิตฉัน, ฉันจะอยากทำสิ่งที่ฉันกำลังจะทำวันนี้รึเปล่า?”

แด่ความสำเร็จของพวกคุณทุกคน และ แด่ Steve Jobs ครับ

R.I.P. Oct 6, 2011

batdboyz

บทความน่าสนใจ : Fan Marketer : สุดยอดเครื่องมือ ออโต้แฟนเพจ