หาเงินออนไลน์ ณ ปัจจุบัน มีอะไรบ้าง

สรุปวิธี หาเงินออนไลน์ ณ ปัจจุบัน มีอะไรบ้าง

เอาเป็นว่าเท่าที่ผมรู้นะครับ ตอนนี้มีการ หาเงินออนไลน์ หลายรูปแบบมาก ผมจะสรุปให้ฟังกันคร่าวๆก่อนดังนี้ ไปทีละตัวเลย

หาเงินออนไลน์

Contents Ads

พวก Ads ที่มีลักษณะเป็นข้อความต่างๆ ที่อยู่ในหน้าเว็บ รายได้มาจากการที่มีคนดู Ads, Click ไปที่ Ads ราคาแตกต่างกันตามคีย์เวิร์ดที่ลูกค้าเข้ามา เช่น คีย์เวิร์ดเกี่ยวกับ Finance จะมีราคามากกว่าคีย์เวิร์ดเกี่ยวกับ Commercial Product เพราะการแข่งกันสูงกว่า

  1. Adsense
    • ยังเป็นเนื้อหาคลาสสิคอยู่เช่นเคย สำหรับ Adsense เพียงแค่เรามีเว็บไซด์ที่มีเนื้อหาและมีคนเข้ามาดูอยู่บ้าง เราก็สามารถไปขอ Code จาก Google Adsense มาติดที่เว็บเพื่อหารายได้ ได้แล้วครับ
    • ข้อควรระวังก็คือ Adsense ไม่ชอบเนื้อหาที่มีความรุนแรง มีเนื้อหาทางเพศ หรือ ผิดกฏหมาย การพนัน ฯลฯ ท่านต้องอ่าน Policy ของเค้าให้ดีนะครับ โดนแบนมาจะหาว่าไม่เตือน (ซึ่งเดี๋ยวนี้แบนง่ายมากๆ)
    • ยังเป็นอันดับ 1 อยู่ในด้านของ Content Ads เนื่องจาก ค่าคลิกของ Google แพงขึ้นทุกปี ทำให้ส่วนแบ่งรายได้ของเราก็ย่อมมากตามขึ้นไปด้วย
    • เดี๋ยวนี้มีการปรับปรุงเนื้อหาใน Ads ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีรูปภาพเคลื่อนไหว กราฟฟิกสวยงาน คนคลิกมากขึ้น
  2. พวกเว็บอื่นๆที่เป็น Content Ads อย่างเช่น Nipa, Bumq
    • พวกนี้สำหรับพวกที่ผิดหวังมาจาก Adsense คือ โดนแบนแล้วไม่รู้จะไปติดอะไร ก็ลอง Search ที่ Google ดู หาคำว่า Contents Ads แล้วก็เลือกดู บริษัทพวกนี้ความน่าเชื่อถือก็จะต่ำลงมากว่า Google
    • แต่พวกข้อห้ามต่างๆ กลับน้อยกว่ากันเยอะ ทำให้คนที่ผิดหวังจาก Adsense หันมาใช้บริการเจ้าเล็กๆพวกนี้แทน
    • รายได้ : แน่นอนว่าย่อมได้ไม่เยอะเท่า Adsense แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ใช่มั้ยล่ะครับ?

 

Pop Up/Pop Under Ads

หาเงินออนไลน์ ด้วย PropellerAds

สำหรับตัว Pop up/ Pop Under Ads ก็จะมีลักษณะคล้ายๆกับพวก Content Ads อยู่บ้าง เพียงแต่ต่างกันตรงที่จะไม่มี Banner, Text Link ในหน้าเว็บ แต่มันจะมีหน้าต่างใหม่โผล่ขึ้นมา เมื่อมีคนกำลังดูเว็บของเราอยู่ ค่าคอมมิชชั่นก็จะนับตาม Impression ของ Ads ที่ Pop ขึ้นมาตามจำนวน View ของคนที่เยี่ยมชมเว็บ ยิ่งมากยิ่งได้เยอะ และอัตราค่าคอมจะอยู่ที่เรทของแต่ละประเทศด้วย อย่าเช่น Traffic จาก USA จะมี Value สูงที่สุด นั่นหมายความว่า ด้วยจำนวน Popup ที่เท่ากัน ถ้า Traffic มาจากประเทศที่มีเรทคอมมิชชั่นสูงกว่า ก็จะได้ค่าคอมเยอะกว่า

สำหรับประเทศไทย Rate จะอยู่ประมาณกลางๆค่อนไปทางต่ำครับ ดังนั้นถ้า Traffic เยอะ ก็สามารถทำเงินได้เยอะเช่นเดียวกัน

Pop Up provider ยอดนิยม (ที่ผมใช้อยู่ปัจจุบัน)ก็คือ

Affiliate Marketing

 

affiliate-marketing[1]

ยังเป็นการหาเงินออนไลน์ยอดนิยมอยู่ในฝั่งต่างประเทศ ส่วนในประเทศไทย ก็ยังมีคนทำอยู่บ้างเช่นเดียวกันแต่อาจจะเคลื่อนไหวกันลับๆ กินกันเงียบๆ ไม่กระโตกกระตาก เพราะส่วนใหญ่เท่าที่เห็น เดี๋ยวนี้หันไปพัฒนาเกม เพื่อติด Ads กันซะส่วนมาก หรือไปขายเสื้อ Teespring (ซึ่งจะพูดในลำดับถัดๆไป)

การทำ Affiliate Marketing สามารถทำได้โดยลงทุนทำเว็บแล้วโปรโมทผ่านพวก Search Engine ต่างๆ หรือจะลงทุนไปลงโฆษณากับค่ายต่างๆก็ได้เช่น Google Adwords, Bing, Search Engine อื่นๆ ปัจจุบันมีคนใช้วิธีการทำอย่างหลากหลาย แต่โมเดลที่ได้ผลดีที่สุดก็คือ E-mail Marketing เพราะอะไร? เพราะเราสามารถ โฆษณาซ้ำไปซ้ำมาให้กับลูกค้าของเราได้จนกว่าเค้าจะกดออกจากลิสไป (อย่าทำให้เค้าออกจากลิส อย่าพยายาม Hard Sale ให้ Value กับสิ่งที่เราสื้อสาร จะทำให้เค้าอยู่กับเราได้นานๆครับ)

Affiliate เจ้ายอดนิยมได้แก่

  1. Clickbank
    • มีข้อดีมากมาย ไม่เรื่องมาก ไม่ค่อยแบน (ผมยังไม่เห็นคนโดนแบนจาก Clickbank เลย)
    • จ่ายเงินเร็ว โอนตรงเข้าบัญชี
    • สินค้ามีให้เลือกหลากหลาย
    • สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นพวก Digital Download หรือพวก Course Training ต่างๆ
    • สมัคร Clickbank ได้ที่นี่ครับ
  2. Amazon
    • เคยเป็นที่นิยมมากๆในหมู่ IM ชาวไทย เนื่องจากขายง่าย ได้ค่าคอมเยอะ บางคนได้ค่าคอมหลักล้านมาแล้วก็มี
    • มีข้อดีคือสินค้าเยอะ เป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการ
    • ราคาไม่แพง
    • มีความน่าเชื่อถือ
    • แต่มีข้อเสียหลักๆเลย โดยเฉพาะช่วงหลังๆ คือ Amazon Affiliate แบนง่ายมาก
    • และถ้าแบนแล้วอย่าหวังว่าจะได้เงินที่ค้างอยู่ในบัญชี
    • ข้อเสียอีกข้อก็คือ กว่าจะจ่ายเงินเราก็นานมากรอ 60 วันเลยทีเดียว
    • และถ้าช่วงเวลาระหว่างนั้นมีอะไรผิดพลาดโดนแบน ทุกอย่างก็จบกัน!
    • สนใจทำ Amazon กดสมัครได้ที่นี่ครับ
  3. MarketHealth
    • เป็น Affilaite สำหรับสินค้า Physical Product ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ
    • มีสินค้าหลากหลาย หลายหมวดหมู่
    • ค่าคอมมิชชั่นดีมาก
    • ราคสินค้าค่อนข้างจะแพง แต่ก็ยังเป็นที่ต้องการของตลาด
    • การแข่งขันค่อนข้างสูง
    • หากสนใจ MarketHealth สามารถ สมัครได้ที่นี่ครับ
  4. Moreniche
    • สินค้าแบบเดียวกับ MarketHealth เน้นพวกสินค้าสุขภาพ
    • มีสินค้าจากหลาย Vendor มารวมกันให้เลือกเยอะมาก
    • ค่าคอมมิชชั่นดีมาก
    • ราคาสินค้าค่อนข้างจะแพง แต่ก็ยังเป็นที่นิยมของตลาด
    • มีการแข่งขันสูง
    • สินค้ามีการกำหนดประเทศที่อนุญาตให้ขาย เช่น ขายเฉพาะ อเมริการ หรือ ขายเฉพาะที่ อังกฤษ เท่านั้น แล้วแต่เราจะเลือก
    • หากสนใจ Moreniche สามารถกดสมัครได้ที่นี่ครับ
  5. JVzoo
    • สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าสำหรับนักการตลาดออนไลน์
    • สินค้ามีให้เลือกเยอะมาก
    • ราคาสินค้าหลากหลาย มีแบบถูกมากไปยันแพงมาก
    • สมัครสมาชิกแล้วสามารถเลือกสินค้าไปโปรโมทได้เลย (ยกเว้นบางตัวที่ต้องรอคนขาย อนุมัติ ก่อน)
    • ค่าคอมค่อนข้างจะสูง (เช็คที่ % ค่าคอมก่อนนะครับ บางตัวค่าคอม 1% แต่ส่วนใหญ่จะให้ 50% หมด)
    • สินค้าเป็นที่ต้องการของคนทำงานออนไลน์ ขายค่อนข้างง่าย (แต่การแข่งขันก็สูงเช่นเดียวกันนะครับ)
    • หากสนใจ JVzoo สามารถกดสมัครได้ที่นี่ครับ

จริงๆแล้วมี Affiliate อีกมากมายในตลาดนะครับที่ผมยกตัวอย่างสี่อันมานี่ ก็เพราะว่าเป็นอันที่ผมทำงานอยู่และมีความคุ้นเคยกับมันที่สุดครับ

 

CPA Marketing

Cost-Per-Action-CPA-Email-Marketing[1]

CPA ย่อมาจาก Cost per Action หมายความว่า โปรโมทให้ลูกค้ากระทำการใดๆ (ที่เจ้าของระบุเอาไว้) แล้วเราจะได้ค่าคอมมิชชั่น ยกตัวอย่างเช่น CPA นี้ต้องการให้ลูกค้าเข้ามาและกรอก ชื่อและเบอร์โทรในหน้าที่กำหนดไว้ ถ้าเราโปรโมทให้ลูกค้ามากรอกได้ เราก็จะได้ค่าคอมฯ ซึ่ง CPA นั้นมีหลากหลายประเภทมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการ ให้ลูกค้ากรอกข้อมูลเพื่อรับผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง หรือให้ลูกค้าที่เข้ามากู้เงินให้ผ่าน (ถ้าผ่านเราถึงจะได้ค่าคอมฯ) ให้ลูกค้า Download โปรแกรมไปใช้ ฯลฯ

การทำ CPA ก็จะทำคล้ายๆกับ Affiliate Marketing นั่นแหละ เพียงแต่จะไม่เน้นทำ SEO กันสักเท่าไร เพราะต้องการความรวดเร็วของผลลัพธ์ ดังนั้น นัก IM ที่ทำ CPA ส่วนใหญ่จะทำการจ่ายเงินเพื่อลงโฆษณาเป็นหลัก

Combination ส่วนใหญ่ของ นัก IM ในการ หาเงินออนไลน์ ผ่าน CPA ก็คือ CPA + PPC (PPC ก็คือ Pay Per Click เป็นการลงโฆษณาอย่างหนึ่ง จ่ายเงินตามจำนวนลูกค้าที่คลิกเข้ามาดูหน้าเพจเรา), CPA + Email Marketing, CPA + PPV (PPV ก็คือ Pay Per View เป็นการลงโฆษณาอย่างหนึ่ง จ่ายเงินตามจำนวนที่ลูกค้า View หน้าเพจ)

  1. PeerFly
  2. W4
    • เจ้านี้สมัครยากหน่อย ผมได้มาเพราะมี Reference ครับ
  3. Mundo Media

 

เป็นเจ้าของสินค้า (Vendor) และโปรโมทให้ทำ Affiliate

jvzoo1[1]

เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนที่มีสินค้าเป็นของตัวเอง ซึ่งดีมากๆ ในการ หาเงินออนไลน์ เพราะจะมี Affiliate ช่วยคุณโปรโมทสินค้าให้ คุณเพียงแต่แบ่งรายได้เป็นค่า Commission ที่เหมาะสมให้กับ Affiliates ให้เค้าอยากที่จะโปรโมทสินค้าให้กับคุณ ส่วนใหญ่ที่ผมเห็น ตอนนี้อันดับหนึ่งที่มีคนเข้าไปสร้างสินค้ากันมากที่สุดจะอยู่ที่

  1. JVzoo
    • เป็นเว็บตัวกลางระหว่าง Seller และ Affiliates ทั้งหลาย
    • Seller สามารถเข้าไปกดสร้างสินค้าได้ด้วยตัวเอง และเอาเข้าไป JVzoo Market List เพื่อให้นักการตลาดออนไลน์เห็นสินค้าของคุณและเลือกเข้าไปโปรโมท
    • Seller มีค่าใช้จ่ายเฉพาะตอนที่ขายสินค้าได้เท่านั้น นั่นก็คือเสียค่าธรรมเนียมให้กับ Paypal และ JVzoo เมื่อขายสินค้าได้ (หลังหักค่าคอมมิชชั่นแล้ว)
    • Seller ต้องมี Landing Page และต้องเข้าไป Link กับปุ่มขายในหน้าสินค้า ขั้นตอนไม่ยุ่งยากเท่าไร
    • หากสนใจลองขายสินค้าที่ JVzoo กดสมัครได้ที่นี่ครับ
  2. Clickbank

Mobile Apps ทำเกมมือถือ

create game

ทำเกมมือถือ? ทำแล้วจะได้อะไร? ก็ฮิตมาสักสองสามปีแล้วครับ ในการทำ เกมแอพมือถือ หาเงินออนไลน์ เราทำไปแล้วจะได้อะไร? ได้แน่นอนเพราะว่าเราจะติด Ads ลงไปในเกมครับ ดังนั้นทุกครั้งที่มีคนเล่นเกม หรือใช้ แอพของเรา เราก็จะได้ส่วนแบ่งรายได้โฆษณาจาก Ads ที่เราติดลงไปด้วย

วิธีการทำเกมก็มีหลากหลายวิธี ทั้งวิธีการใช้ eclipse program, Unity3D program, coco, C2 Contruct, Build Box ฯลฯ ตัวที่ผมใช้สร้างรายได้เมื่อก่อนก็คือ AppsMagic ของพี่กานต์ แต่ปัจจุบันปิดตัวไปแล้วนะครับ ตอนนี้ผมก็ใช้พวก Unity3d, C2 Contruct ทำอยู่ เอาไว้ผมอาจจะหาเวลามาแนะนำคร่าวๆกันอีกทีนะครับ แต่ตอนนี้มาพูดถึงเรื่อง Mobile Ads ยอดนิยมกันก่อนดีกว่า

  1. Admob
  2. Chartboost
  3. Unity Ads
  4. Adcolony

Ads ทั้งหมดยกเว้น Admob จะมีส่วนคล้ายกันก็คือ จ่ายเงินเป็น Per Installation หมายถึง ลูกค้าดู Ads เสร็จสนใจเกมหรือแอพใน Ads นั้นๆ จนต้องกด Install ครับ ส่วน Admob เป็นเจ้าเดียวกันกับ Google ดังนั้นก็คล้ายๆกับ Adsense นั่นแหละ เพียงแต่มาอยู่ในรูปแบบของมือถือเท่านั้น โฆษณาที่ Admob ลงจะมีสองแบบคือแบบ Banner Ads, และแบบ Interstitial (โฆษณาเต็มจอ นั่นเอง)

รายได้จาก Admobs จะดีที่สุดและก็เรื่องมากที่สุดเช่นเดียวกัน ใครใช้ก็ระวังเรื่อง Policy ของเค้าไว้ เดี๋ยวโดนแบนขึ้นมาชวดเงินหมด ไม่รู้ด้วยนะเอ้อ!

TeeSpring ขายเสื้อยืดออนไลน์

Teespring

ขายเสื้อยืดออนไลน์โดยที่เราไม่ต้องผลิตเอง หรือส่งสินค้าด้วยตัวเอง อะไรมันจะดีขนาดนั้น? นั่นเป็นระบบของ TeeSping ครับ เรามีหน้าที่คือ Design เสื้อ T-Shirt ของเราให้เหมาะสม เตะตาและนำไปขายในนิชนั้นๆ และโดยส่วนมากจะใช้กับ Facebook Ads นะครับ ซึ่งถ้าอยากลอง ท่านจะต้องมีเงินทุนพอสมควร

กำไรของเสื้อแต่ละตัวจะอยู่ที่ประมาณ $10-15 เหรียญครับ คือต้นทุนเสื้อจะอยู่ราวๆ $5-9 เหรียญ แต่เราสามารถตั้งราคาแล้วเอาไปขายได้ ในราคา $19 -$25 ส่วนต่างนั่นคือกำไร (แต่อย่าลืมไปหักต้นทุนค่าโฆษณาของคุณด้วยล่ะ)

ดังนั้นผมขอสรุปอีกทีว่าการจะทำ TeeSpring คุณต้อง

  1. Design แบบเสื้อเอง (หรือถ้าไม่มีหัวก็ไปจ้างคนออกแบบให้ ก็ได้
  2. หลังจากได้แบบมาแล้ว ก็ไปสร้าง Campaign ที่ TeeSping กำหนดราคา กำหนดจำนวน ใส่รายละเอียด
  3. เสร็จแล้วเอาลิงค์ที่ได้ ไปลงโฆษณากับ Facebook Ads กำหนด Target, Budget โฆษณา
  4. รอดูว่าขายได้มั้ย ขายไม่ได้ก็ Cutloss ทำใหม่

ฟังดูเหมือนกับว่าง่ายเนอะ… จริงๆ แล้ว ไม่ง่ายนะครับ ค่อนข้างจะยากเลยทีเดียว แต่ผมเห็นมีคนจำนวนหนึ่งบอกว่าง่าย ผมไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าไร ผมเองก็เคยลงไปทำมาแล้ว เจ็บตัวมาแล้วเช่นกัน ดังนั้นผมบอกได้เลยว่าไม่ง่ายเลย ในการ หาเงินออนไลน์ กับ Teespring

ส่วนที่ยากก็คือ การออกแบบเสื้อให้โดนใจ, การ Target ลูกค้าให้ถูกกลุ่มเป้าหมาย สองส่วนนี้ถ้าไม่สัมพันธ์กัน บอกได้เลยครับว่า เจ๊งแหงๆ

หากใครอยากลอง สมัคร TeeSping ได้ที่นี่ นะครับ

และมีอีกเจ้านึงชื่อว่า Fabrily เป็นของทางฝั่งอังกฤษเค้า ซึ่งปัจจุบันโดน TeeSping Takeover และ Merge เข้าด้วยกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ

eCommerce Shop + Drop-shipping + Fulfillment

Shopify

eCommerce + Drop-shipping ก็เป็นอีกโมเดลนึงที่กำลัง Hit กันในช่วงนี้ครับ หลายคนไม่รู้ว่า Dropshipping และ Fulfillment คืออะไร? ผมจะอธิบายให้ฟัง

  • Dropshipping 
    • คือการที่ Seller ยินยอมส่งสินค้าแทนตัวเรา (ซึ่งเป็นตัวกลางระหว่างคนขายกับลูกค้าของเราอีกทีนึง)
  • Fulfillment 
    • เป็นกระบวนการในการสั่งสินค้ากับ Seller ตัวจริง เพื่อให้ส่งสินค้าให้กับลูกค้าของเรา หลังจากที่เราได้รับออเดอร์และชำระเงินจากลูกค้าแล้ว

ดังนั้นโมเดลนี้หมายความว่า เรา ไม่ต้อง Stock สินค้า ไม่ต้องส่งของเอง แต่ก็เหมือนว่ามีสินค้าเป็นของตัวเอง งงกันมั้ยครับ? พูดง่ายๆว่าเราเปิด เว็บขึ้นมาหนึ่งเว็บ ขายสินค้าอะไรก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น ผมเปิดเว็บขึ้นมาเพื่อขาย อูคูเลเล่ และอุปกรณ์ทั้งหลาย นะครับ โดยที่ผมไม่มีสินค้าอยู่จริง แต่ผมได้มีการติดต่อกับ Seller ไว้แล้วว่าผมขอทำ Dropshipping กับคุณนะ ถ้ามีลูกค้าผมจะส่งออเดอร์ไปให้ (อันนี้คือการ Fulfillment) เมื่อมีลูกค้ามาสั่งออเดอร์ที่เว็บของผม ผมก็จะรวบรวมออเดอร์ที่ลูกค้าชำระเงินแล้วในวันนั้น ส่งไปให้กับ Seller โดยที่ ชำระเงินให้กับ Seller ด้วย (กำไรของเรามาจาก ผลต่างของราคาของ Seller กับเราคาที่เราตั้งขายในร้าน) พอ Seller ส่งของเรียบร้อย เราได้ Tracking เราก็แจ้งลูกค้าครับ เป็นอันจบพิธี

ถามว่าโมเดลนี้ดีแฮะมันยากมั้ย? ผมขอบอกว่า ปัจจุบันมีหลายเจ้าที่ทำแบบนี้อยู่ครับ และขายดีซะด้วย เงื่อนไขอยู่ที่การหาสินค้าที่ดีราคาถูก แล้วเอามาขายในเว็บของเราให้มีราคาที่แพงขึ้นเพื่อเราจะได้มีกำไร และ โปรโมทเว็บให้ลูกค้ามาซื้อกับเราครับ

Key ความยากมันอยู่ที่ตรงนี้แหละ หายังไง สินค้าถูกและดี? ทำยังไงให้คนมาซื้อของกับเราล่ะ? ถ้าทำได้ ก็จบละครับ รวยๆๆๆ

มาบอกอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือ ชาว IM ทั้งไทยและต่างประเทศ กำลังนิยมเจ้าตัวนี้อยู่ นั่นก็คือ Shopify นั่นเอง

Shopify คืออะไร?

  • Shopfify คือ เว็บสำเร็จรูปชนิดหนึ่งซึ่งเอาไว้ทำ eCommerce โดยเฉพาะ มีระบบขาย จัดการหลังร้าน อำนวยความสะดวกให้กับคนขายเยอะมาก
  • คำถามก็คือ แล้วมันต่างอะไรกับเราเปิดเว็บด้วย WordPress + ใช้ Woo-commerce ล่ะ?
  • คำตอบก็คือ มันมีระบบ Fulfillment ในตัวครับ หมายความว่าในหน้า Shopify จะมี Vendor อยู่หลายเจ้าที่พัฒนาระบบมาเพื่อใช้กับ Shopify ทำให้เวลามีออเดอร์เข้ามาสามารถทำการ Fulfillment ได้ทันที ซึ่งสะดวกมากกว่าการที่เราเปิด WP+Woocommerce มาก (ถ้าใช้ระบบนี้ เราต้องไปกรอกรายละเอียดเพื่อซื้อสินค้าทุกครั้งที่เรามีออเดอร์ แล้วลองจินตนาการเวลาที่เรามีออเดอร์วันละ 100+ ขึ้นไปดู ว่ามันจะยุ่งยากแค่ไหน ไหนจะเรื่องการชำระเงินอีก) ใช่มั้ยครับ?
  • ดังนั้นคำตอบที่ดีที่สุดในการเลือก Shopify ก็คือ เพราะมันสะดวกมากๆ นั่นเอง ปรับแต่งหน้าตาได้หลากหลาย
  • แต่มีค่ารายเดือนนะครับ ซึ่งก็ตกราวๆ เดือนละ 1000
  • ถ้าเกิดว่ามันสะดวกและเราสามารถทำกำไรกับมันได้มากกว่านั้น ก็เลือกใช้ Shopify เถอะครับ
  • หากสนใจสามารถสมัคร Shopify ได้ที่นี่ นะครับ

ขุด Bit Coin

bitcoin-225080_640[1]

อันนี้ผมไม่เคยทำเลยจริงๆ แต่เห็นมีคนบางกลุ่มก็ขุดหา Bit Coin กันอยู่ : Bit Coin คืออะไร? มันเป็นสกุลเงินรุ่นใหม่ใช้ซื้อขายกันได้ใน Internet และตอนนี้สามารถเอามาซื้อของด้านนอกได้แล้วด้วย ยกตัวอย่างเช่น จองโรงแรม บางโรงแรมรับจ่ายเป็นเงิน Bit Coin ก็มี!! เงินตัวนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ท่านอาจจะต้องลองไปศึกษากันเอาเองนะครับ เพราะผมไม่ถนัด ฮ่าๆ

การขุด เค้าขุดกันยังไง เท่าที่พอเข้าใจคร่าวๆ ก็คือ เค้าจะใช้ Computer ที่เรามีเนี่ยแหละขุด แต่ว่าต้องใช้ GPU (การ์ดจอ) ที่ค่อนข้างแรงในการทำ ยิ่งการ์ดจอแรง ยิ่งขุดได้เยอะ เค้าบอกว่า เพราะตัวเงินตัวนี้มีจำกัด ยิ่งระยะเวลานานไป ยิ่งหายากขึ้น ดังนั้น ใครขุดได้เยอะกว่าในช่วงแรกๆ ถือว่าได้เปรียบมากเลย ปัจจุบันการขุด Bit Coin นี้สามารถไปลงทุนซื้อแล้วเริ่มขุดได้เลย มันจะมีเว็บที่รับทำอยู่ ขุดได้ก็เป็นของเรา และเค้าจะประเมินว่า Computer Spec แบบนี้จะขุดได้ประมาณไหน ทำให้เราคำนวนได้ว่า ลงทุนไปแล้วจะคุ้มกันมั้ย?

 

เขียนมาซะยืดยาวเลยทีเดียว แต่ก็หวังว่าจะได้ความรู้กันไปไม่มากก็น้อยนะครับ บางคนอาจจะบอกว่านี่เป็นเบสิค รู้อยู่แล้ว แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ก็ได้ ดังนั้นก็แชร์ๆกันไป แบ่งๆกันรวยนะครับ

ขอให้โชคดีในการ หาเงินออนไลน์ นะครับ

batdboyz

Add a Comment

บทความน่าสนใจ : รีวิว Short Messenger - All in One FB Messenger App