[Blogmagic] บทที่ 1 : รู้จักกับ Blogmagic

ตามสัญญาครับ ผมก็จะมาเขียนบทเรียนเกี่ยวกับ Blogmagic ให้ได้อ่านกัน มาเริ่มกันที่บทแรกเลยละกันครับ โดยบทเรียนแรกจะแนะนำส่วนของสคริปว่าเป็นยังไงมายังไงกันก่อน รายละเอียดลึกๆของการใช้งานจะไปอธิบายให้ละเอียดในบทต่อไปแทนนะครับ

บทที่ 1 – รู้จักกับ Blogmagic

Blogmagic เป็นสคริป Autopost ชนิดหนึ่ง หลายๆท่านอาจจะรู้จักสคริปตัวนี้ดีแล้ว แต่อีกหลายๆท่านก็คงยังไม่รู้ ที่ว่า Autopost นี่ก็ความหมายตรงๆตัวมันเลยครับ คือสามารถโพส บทความ หรือ สินค้าไปยังเวปปลายทางได้ ซึง ตัวสคริปเอง รองรับการโพสไปยังเวปหลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น WordPress, Blogger, Pligg, Web 2.0 ทั้งหลาย ฯลฯ

หากจะมองที่รูปแบบแล้ว คงจะไปละม้ายคล้ายคลึงกับสคริปรุ่นพี่อย่าง WPRobot ซึ่งความสามารถนั้น ก็คือการโพสบทความ/สินค้า อัตโนมัติไปยังเวปปลายทางเช่นเดียวกัน ส่วนที่แตกต่างกันชัดเจนที่สุดคือ WPRobot เป็น plugin ใช้กับ WordPress ส่วนตัวเท่านั้น แต่ Blogmagic เป็นสคริปที่แยกต่างหาก สั่งงานผ่านเวปกลาง แล้วค่อยกระจายโพสไปตาม เวปปลายทางต่างๆ ภายหลัง

ข้อดีของ Blogmagic ที่เหนือกว่า WPRobot ในมุมมองของผม คือ

– ตัวสคริป บล็อกเมจิค เป็นการโพสจากภายนอก ไม่ใช่ตัวปลั๊กอินเอง ทำให้ใช้งานโฮสน้อยกว่า หนักโฮสน้อยกว่า (สามารถแยกโฮสของเวปทำเงิน ออกจากเวปที่ใช้ บล็อกเมจิคได้)
– การจัดการของ บล็อกเมจิค เป็นแบบรวมศูนย์ คือ เข้ามาที่เวปกลางเวปเดียว แล้วจัดการบล็อก/เวปลูก ได้ทั้งหมด แต่ WPRobot นั้นต้องเข้าไปจัดการเป็นเวปๆไป
– การตั้งโพสอัตโนมัติ เป็นการใช้ Cronjob ของสคริปตัวเดียวเป็นตัวจัดการ เมื่อถึงเวลาโพสที่ตั้งเอาไว้ ก็จะมีการเรียก Cronjob เป็นครั้งๆ ไป แต่ถ้าเป็น WPRobot ต้องตั้ง Cronjob แยกตามเวป เมื่อมีปริมาณเวปมาก จำนวน Cronjob ที่มากตาม อาจทำให้เกิดปัญหากับ ซีพียู ได้
– การปรับแต่งของ Blogmagic สามารถทำได้เนียนกว่า เพราะมีโมดูลการจัดการธีมก่อนโพสได้หลากหลาย แต่ WPRobot ได้แค่ ธีม เดียวเท่านั้น
Blogmagic เป็นมากกว่าแค่ตัว ออโต้โพส นั่นคือ เป็นระบบการจัดการ สามารถใช้ทำเครือข่าย Backlinks, ทำ Money Site ฯลฯ ซึ่งสามารถเอาไปประยุกต์ตามความถนัดของแต่ละคนได้อีกในภายหลัง

ปัจจุบัน (13/04/2011) Blogmagic พัฒนาอยู่ที่ เวอร์ชั่น 3.10 พัฒนาต่อยอดจาก เวอร์ชั่น 2.1 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในปี 2010 เป็นสคริปที่ทำเงินให้หลายๆคนอย่างถล่มทลาย ผู้พัฒนาสคริปตัวนี้คือ พี่กานต์ คุ้มวงษ์ นั่นเอง หรือ User ใน TSB ว่า Kahn

ตอนนี้กำลังออก Version 3.20 เพื่อแก้บั๊คที่เจอทั้งหลายในเวอร์ชั่น 3.10 และกำลังจะออก Blogmagic Plus สำหรับเป็นโครงการพิเศษของสมาชิกด้วย

Blogmagic ทำงานยังไง?

ตัวสคริป บล็อกเมจิค จะแบ่งออกเป็นโมดูลต่างๆให้ได้ใช้งานกัน โดย โมดูลหลักๆที่เราจะได้ใช้กันบ่อยๆนั่นคือ Blog Setting Module,  Amazon Module, Article Module, Video Module, Theme Module

พูดง่ายๆว่า เราต้องทำการ เซตค่าที่จำเป็นให้กับ Blog/เวปปลายทาง ของเราก่อน (ฺBlog Setting Module) จากนั้นเมื่อเรามีบล็อกไว้รอจัดการแล้ว เราก็ทำการเซตค่า การทำงานขั้นต่อไป คือจะให้สคริป โพส Amazon, Article หรือว่า Video แล้วแต่เราจะเลือก ถ้าจะให้โพสทั้งหมด ก็เซตทั้งหมด ถ้าจะโพสแค่บางส่วน ก็เลือกส่วนที่จะโพสออกมาเซตเท่านั้น

หลังจากเซตค่าเสร็จแล้ว เราต้องไปตั้ง Cronjob เพือให้โฮสเรียกสคริปนี้ขึ้นมาใช้งาน เมื่อถึงเวลา (ตรงนี้จะเป็นส่วนของการทำ AutoBlogging)

การติดตั้ง Blogmagic

ตัวสคริปนั้นจะสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ใน เวปบอร์ดบริการของ บล็อกเมจิคเอง หากใครยังไม่มี ต้องสั่งซื้อตัวสคริปก่อนครับ หลังจากที่พี่กานต์ได้ Grant Access ให้เข้าไปที่เวปบอร์ดได้ ก็ให้ไปดาวน์โหลดตัวสคริปออกมา ** เวอร์ชั่นล่าสุดตอนนี้คือ เวอร์ชั่น 3.10 นะครับ ให้โหลดเวอร์ชั่นนี้ออกมา (หลังจากนี้อาจจะมีเวอร์ชั่นที่แก้บั๊คแล้วเป็น 3.20 ให้โหลด 3.20 ออกมานะครับ)

กดที่นี่เพื่อสั่งซื้อ Blogmagic

ก่อนการติดตั้งต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง?

– สคริป Blogmagic Version ล่าสุด
– โฮสสำหรับลงสคริป (แนะนำให้เป็น VPS หรือว่าจะใช้บริการโฮสของคุณกานต์ด้วยก็ได้ครับ โปรฯซื้อพร้อมสคริป ได้ในราคา 1000 บาทในปีแรก) **โฮสเกเตอร์สามารถใช้ลงได้เช่นกัน แต่ว่าตัว Cronjob จะตั้งได้สั้นที่สุดคือ ทุก 15 นาที เท่านั้น ** ปล ตรงส่วน Cronjob หลายคนอาจสงสัย ผมขอข้ามไปก่อน แล้วจะมาอธิบายทีหลังครับ
– โดเมน อะไรก็ได้ เพื่อเอามาใช้เรียกสคริปใช้งาน

การลงคริปนั้นไม่มีอะไรยากครับ ก่อนอื่นเราต้อง

1.ติดตั้งโดเมนหลัก กับ โฮส ให้เรียบร้อย จากนั้น
2.สร้าง Database เปล่าขึ้นมา 1 ลูก
3.เข้าไปสร้างโฟลเดอร์ที่จะเรียกใช้งาน บล็อกเมจิคขึ้นมา แล้วอัพโหลดสคริปลงไปในนั้น
4.ไปที่ setting.php เปิดไฟล์นี้ขึ้นมาทำการแก้ไขค่าต่างๆดังนี้

// Blog Magic Key Settings

$blog_magic_user=”your email here“; **ตรงนี้ให้ใส่อีเมลล์ที่สมัครสมาชิกกับบล็อกเมจิค
$blog_magic_key=”your blog magic key“; **ตรงนี้ให้แต่โค้ด license

// Database Settings ** ส่วนของ ดาต้าเบส ให้กรอกตามทีึ่เราสร้างมาตะกี้
$dbhost=”localhost“;
$dbuser=”dbuser“;
$dbpassword=”dbpassword“;
$dbname=”dbname“;

//Amazon Setting **กรอก AWS API Key ที่ได้รับมาจาก Amazon ซะเพื่อเวลาใช้งาน เราต้องใช้ข้อมูลส่วนนี้ไปดึง ดาต้า จากอเมซอนมาเพื่อโพสในเวปเราอีกทีนึง
define(“ACCESSKEY”,”YOUR ACCESS KEY“);
define(“SECRETKEY”,”YOUR SECRET KEY“);

// User Setting ** ตรงสีแดงให้เปลี่ยนเป็น Username + Pass เพื่อจะใช้เข้ามาจัดการเวปของเรา
$users[‘username‘][‘password’]=’password‘;

$post_per_cron=1; **ตรงนี้คือการที่เวลา Cronjobs มันเรียกทำงานแล้ว จะให้โพสเป็นจำนวนเท่าไร ยกตัวอย่างเช่น เราตั้ง ครอนไว้ทุกๆ 5 นาที เมื่อครบ 5 นาทีแล้ว มันก็จะเรียกให้เวปนี้ของเรา โพส เป็นจำนวน 1 บทความ

ดังนั้น ตัวเลขของ post per cron ยิ่งตั้งค่ามากก็จะยิ่งโพสเยอะ แต่นั่นหมายความว่าจะทำให้ โฮสของคุณทำงานหนักมาเช่นกัน ค่าที่ดีที่สุดที่แนะนำให้ใส่คือ 1-3 เท่านั้นนะครับ

// Flickr API ** ตรงส่วนนี้เอาไว้ดึงรูปที่เกี่ยวข้องมาจาก Flickr ถ้าจะใช้ ให้ไปสมัคร API Key ที่เวป Flickr.com แล้วเอามากรอกตรงสีแดง และถ้าจะใช้งานส่วนนี้ อย่าลืมเอาเครื่องหมาย // สีแดงออกที่ด้านหน้าด้วย
//define(“Flickr_api_key”,”Flickr API KEY“);
//define(“Flickr_api_secret”,”Flickr API SECRET“);

// Bit.ly  Short URL API ** ส่วนนี้เอาค่า API ที่สมัครจาก bit.ly มาใช้เพื่อทำ Short URL โพสลง Twitter เช่นกัน ถ้าจะใช้งาน อย่าลืมเอา // สีแดงด้านหน้าออกด้วย
// define(“BIT_LOGIN”,”Bit.ly Login“);
// define(“BIT_API_KEY”,”Bit.ly API KEY“);

// Google Translate API ** ส่วนนี้ไปเอาค่า API มาจาก Google เพื่อใช้ในการ Rewrite
//define(“GOOGLE_TRANSLATE_API”,”Your Google Translate API“);

ไว้เดี๋ยวจะมาเพิ่มเติมข้อมูลให้อีกครั้งสำหรับส่วนของการเซตใน setting.php แล้วยังไม่เคลียร์ว่าต้องไปเอา API มาจากที่ไหนบ้างละกันครับ

หลังจากที่แก้ข้อมูลใน setting.php เรียบร้อยแล้ว ให้ไปเปิด Browser ขึ้นมา แล้วพิมพ์ Url ลงไป
https://www.yourdomainname.com/installdb3.php
ตรง yourdomainname.com ให้ใส่ Domain ที่เอามาใช้งานกับ บล็อกเมจิค ของท่านให้เรียบร้อย แล้วกด Enter สคริปจะทำการติดตั้ง Database ของ Script ให้กับท่าน พอเสร็จสิ้นกระบวนการจะเห็นหน้าจอ ขึ้นว่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เป็นสีเขียว จากนั้นให้ทดลองเข้าสคริป โดยการพิมพ์ โดเมนที่ได้ติดตั้งสคริปไว้ ถ้าขึ้นหน้า Login ให้ใส่ พาสเวิร์ด นั่นแปลว่า ท่านมาถูกทางแล้ว ลองล็อกอินเข้าไปดู โดยพาสฯที่เราตั้งไว้ใน setting.php เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

สำหรับบทที่ 1 ก็คร่าวๆ แค่นี้ละกันครับ แนะนำกันไปแค่นี้ก่อน พอหอมปากหอมคอครับผม

One Response

บทความน่าสนใจ : WP Social Traffic - ส่งทราฟฟิกฟรีจาก Facebook เข้าเว็บเรา